ประวัติ เจนนาโร กัตตูโซ

  • by

เจนนาโร อีวัน "รีโน" กัตตูโซ (อิตาลี: Gennaro Ivan "Rino" Gattuso[1][5] Ufficiale OMRI; เกิดวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1978) เป็นอดีตนักเตะชาวอิตาลี ปัจจุบันเป็นผู้จัดการของนาโปลี  ufa1688 

สมัยที่เป็นผู้เล่น เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับเป็นหลัก และยังเล่นในตำแหน่งปีกได้ด้วย[6] เขาเริ่มเล่นบอลกับสโมสรเปรูจา, ซาแลร์นีตานา และเรนเจอส์ แต่ช่วงเวลาที่เขาเป็นที่จดจำมากที่สุดคือช่วงที่เล่นให้กับมิลานในเซเรียอา ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในฤดู 2002–03 และ 2006–07 คว้าแชมป์โกปปาอีตาเลียในฤดู 2002–03 และคว้าแชมป์เซเรียอาในฤดู 2003–04 และ 2010–11 นอกจากนี้ เขายังคว้าแชมป์ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนาสอง สมัย ยูฟ่าซูเปอร์คัพสองสมัย และบอลชิงแชมป์สโมสรโลกอีกหนึ่งสมัย ในระดับทีมชาติ เขาเป็นตัวแทนของอิตาลีในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2000, บอลโลกสามครั้ง, บอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปสองครั้ง และฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2009

กัตตูโซเป็นกองกลางที่ประสานงานได้ดีกับเพลย์เมกเกอร์อย่างอันเดรอา ปีร์โล ทั้งในสโมสรและทีมชาติ พวกเขาเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้อิตาลีคว้าแชมป์บอลโลก 2006 เช่นเดียวกันกับความสำเร็จของมิลานในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 2000 แม้ว่าเขาจะไม่โดดในด้านทักษะหรือเทคนิกในการเล่น แต่เขาก็มีความหนักแน่น ความดุดันในการเล่น และการประสานที่ดีกับปีร์โล ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลก[7][8][9][10] นอกจากนี้ เขายังมีความเป็นผู้นำที่ดี โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันของมิลานภายหลังที่เปาโล มัลดีนี เลิกเล่นบอลไป[5][11]

กัตตูโซเริ่มทำหน้าที่เป็นผู้เล่น-ผู้ฝึกสอนให้กับสโมสรซียงในสวิสซูเปอร์ลีก ต่อมาได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการของปาแลร์โมและเกรเต ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2016 เขาคุมทีมปิซาเลื่อนชั้นสู่เซเรียบี หลังจากนั้น เขาเข้ารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมชุดเยาวชนและชุดใหญ่ของมิลานในช่วง ค.ศ. 2017–2019 ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการของนาโปลี ซึ่งเขาคว้าแชมป์แรกในฐานะผู้จัดการทีม นั่นคือ โกปปาอีตาเลีย ฤดู 2019–20 บอล อิตาลี มีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างและไม่สามารถมีใครจะลอกเลียนแบบได้ง่าย โดยเฉพาะในยุค 2000'S ยุคที่นุ่มนวลแต่กลับเข้มแข็ง เชื่องช้าแต่สวยงาม นิ่งๆ แต่กลับมีประสิทธิภาพและเฉียบขาด นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรู้และเข้าใจกับบอล อิตาลี ยุคนั้น 

เอซี มิลาน คือหนึ่งในทีมที่อยู่ในรูปแบบนั้น ทีมยุคนั้นของพวกเขาอุดมไปด้วยนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยเทคนิค ใช้สมองมากกว่ากำลัง ยกเว้น 1 เดียวที่แตกต่าง … เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กองกลางตัวรับที่แหวกขนบมากที่สุด แต่ก็เปลี่ยนเป็นหนึ่งในเฟืองชิ้นที่สำคัญที่สุดเช่นกัน 

ติดตามเรื่องราวของหมาบ้าที่พร้อมกัดทุกคนที่อยู่ในสนาม และเป็นคนที่ทำให้ รอสโซ่เนรี่ มีความสมดุล แม้กระทั่งการนำทีมชาติอิตาลีค้วาแชมป์โลก ได้ที่นี่ 

เด็กแกสคอยน์ 
อิตาลี คือแดนแห่งบอลแท็คติกอย่างที่ใครรู้กัน สวยงาม ใช้ความคิด และความเยือกเย็นในการแข่งขันแต่ละเกม และ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เองก็เกิดทันวิธีการเล่นในยุคนั้น เขาคือเด็กชายหนุ่มที๋โตมาจากสโมสร เปรูจา แถมเคยลงเล่นทั้งในระดับ เซเรีย บี และ เซเรีย อา มาแล้วในช่วงปี 1995-1997 ซึ่งตัวเขากล้าพูดว่า ณ ตอนนั้นถึงจะยังเด็ก แต่เขาไม่เคยกลัวคู่แข่งคนใดเลย  "ตอนที่ผมได้เล่นให้กับ เปรูจา ผมไม่เคยคิดว่าผมเป็นพวกหวาดวิตกขาดความมั่นใจอะไรเลยนะ ผมแค่ถูกส่งลงสนาม จากนั้นผมก็เดินลงไปแบบไร้ความเกรงกลัว ไม่กลัวใคร และไม่กลัวด้วยว่าตัวเองจะทำผิดพลาด" กัตตูโซ่ กล่าวถึงการเล่นในลีกอิตาลีในช่วงที่เขาอยู่ในช่วงอายุทีนเอจ 

การได้รู้จักบอลอิตาลีระดับอาชีพเพียงไม่ถึง 20 เกม ทำให้ กัตตูโซ่ คิดแบบนั้น เขาคิดว่าบอลไม่ใช่กีฬาที่กดดันหรืออะไรอย่างมากนัก ซึ่งเหตุผลอาจจะเป็นเพราะว่าเขายังไม่เคยเจอรูปแบบบอลที่แตกต่างไปจากนี้ … 

หลังจากลงเล่นใน เซเรีย อา ได้ 8 เกมในฤดู 1996-97 กัตตูโซ่ ก็ถูก กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมในลีกสก็อตแลนด์ ซื้อตัวไปร่วมทีม ซึ่ง ณ เวลานั้นมีไม่บ่อยนักที่นักเตะจาก อิตาลี จะออกมาค้าแข้งในต่างแดน เนื่องด้วยแวดวงบอล อิตาลี ยุคนั้นถือว่าเฟื่องฟูสุดๆ ซูเปอร์สตาร์เดินกันให้ยั้วเยี้ย แถมค่าจ้างก็สูง จนมีประโยคที่ว่า "ไปล่าเงินลีร์" (ค่าเงินของ อิตาลี ก่อนเปลี่ยนมาใช้ ยูโร) เลยทีเดียว

ดิค อัตโวคาท กุนซือชาวดัตช์ของ เรนเจอร์ส เป็นตนตัดสินใจเรื่องนี้ เขาต้องการมิดฟิลด์พลังไดนาโม เพราะ ณ เวลานั้น เรนเจอร์ส มีสายศิลปินลูกหนังอย่าง ไบรอัน เลาดรู๊ป, โยนาส เธิร์น และ พอล แกสคอยน์ อยู่แล้ว ขาดก็แต่คนที่คอยตัดบอลและส่งต่อให้ตัวรุกทำต่อ ตัวของ กัตตูโซ่ เองคิดว่าหน้าที่อย่างงี้ก็ไม่ต่างกับตอนที่เขาทำที่ เปรูจา เท่าไรนัก และเขาคิดถูก … แต่เพียงแค่ครึ่งเดียวเพียงแค่นั้น

ลักษณะคาแร็คเตอร์ของพวกเจ้าถิ่นในทีมนั้นเป็นอะไรที่แตกต่าง เพราะสิ่งที่เขาเจอในทีมไลท์บลูส์ โดยเฉพาะพวกรุ่นใหญ่อย่าง แกสคอยน์, อัลลี่ แม็คคอยส์, สจ๊วต แม็คคอลล์ กลับเป็นนักเตะพวกขาเก๋าตัวดุ ถ้าไม่พอใจก็ตะโกนด่ากันเห็นๆ แบบชัดๆ ไปเลย และนั่นทำให้ กัตตูโซ่ เข้าใจบอล และการเล่นที่ละเอียดเพิ่มขึ้นอีกระดับ โดยเฉพาะในส่วนของ แกสคอยน์ นั้น ถือว่าเป็นคนที่เปลี่ยนมุมมองของ กัตตูโซ่ โดยตรงเลยทีเดียว "แกสคอยน์ เป็นพวกนักคิดนอกกรอบ ชอบทำอะไรแหวกและทำให้ห้องแต่งตัวของเราเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ผมมีความทรงจำอย่างมากตรงนั้น และได้เห็นถึงความเป็นยอดคนของเขาที่คนไม่ใช่น้อยไม่ค่อยรู้หรอก"

แม้จะโดนโยกไปเล่นตำแหน่งแบ็คขวา แต่ กัตตูโซ่ ก็อยู่กับ เรนเจอร์ส ได้เพียงปีครึ่ง ก่อนที่ ซาแลร์นิตาน่า ทีมที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นเซเรีย อา จะดึงตัวไปด้วยค่าตัวถึง 4 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาใช้เวลาเพียงปีเดียวตรงนั้น เพราะถูกยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง เอซี มิลาน ซื้อตัวเขาด้วยราคามากกว่าเดิม 2 เท่า และหลังจากนั้นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของ ริโน่ ก็เริ่มขึ้น 

 ความพอดีที่ เอซี มิลาน 
กัตตูโซ่ ยังไม่ค่อยได้โดดเด่นนักในช่วงแรกๆ กับ มิลาน ยุคที่มี อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ คุมทัพ เพราะทีมปีศาจแดงดำในฤดู 1999-2000 ผลงานไม่ได้ดีอย่างมากจนต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยการนำ คาร์โล อันเชล็อตติ เผ่านาทำหน้าที่เป็นกุนซือแทน และการที่ อันเช่ เผ่านา ก็นำมาสู่หน้าที่ที่ กัตตูโซ่ ถนัดอีกรอบ อันเชล็อตติ เผ่านาและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงมิลานไปทีละนิดๆ จนกระทั่งถึงฤดู 2003-04 ทุกอย่างก็พอดีจนได้ เหล่าจอมเทคนิคที่เป็นศิลปินลูกหนังอย่าง อันเดรีย ปิร์โล่, รุย คอสต้า, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, ริคาร์โด้ กาก้า ถูกนำเผ่านาเติมในแดนกลาง และเมื่อหยิบของเดิมที่มีอยู่อย่าง กัตตูโซ่ และ มัสซิโม่ อัมโบรซินี่ เผ่านาใส่ ทุกอย่างก็เข้าล็อคของมัน 

กัตตูโซ่ ได้ทำหน้าที่เหมือนกับที่เขาเคยทำและประสบความสำเร็จกับ เรนเจอร์ส ทุกอย่างที่เขาได้รับตรงนั้นถูกนำมาปรับใช้กับทีม เอซี มิลาน ที่ว่ากันว่าบริบูรณ์แบบที่สุดในรอบหลายปี

เขาจะทำงาหนักในแดนกลาง ตัดบอลและผ่านบอลง่ายๆ ให้คนอื่นที่มีหน้าที่สร้างสรรค์เกมรุกเอาไปทำต่อ และเมื่ออยู่ภายในห้องแต่งตัวเขาจะเป็นเหมือนที่ แกสคอยน์ เคยทำ สร้างความสุข เสียงหัวเราะให้กับเพื่อให้นร่วมทีม เพราะเมื่อทีมเป็นทีมแล้ว สิ่งที่ตามมาคือชัยชนะนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *